Armies Weapons and Warfare

นรกที่แวร์ดัง

เดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1916 กองทัพเยอรมันกรีฑาทัพบุกเข้าสู่ฝรั่งเศส เป็นการรบที่เยอรมันคาดหวังว่า จะพิชิตฝรั่งเศสได้ในระยะเวลาไม่นาน สมรภูมิอย่างซอมม์ และ แวร์ดัง นำพาคนหนุ่มนับแสนเข้าสู่สนามรบ หัวหน้าคณะเสนาธิการกองทัพบกเยอรมัน นายพลเอริค ฟอน ฟอล์คเกนฮายน์ มั่นใจว่าแผนการรบครั้งนี้ จะทำพวกฝรั่งเศสต้องหลั่งเลือดทาแผ่นดินตนเอง และมันจะมากพอที่จะทำให้พวกฝรั่งเศสสูญเสียทั้งกำลังคนและทรัพยากร รวมทั้งสะเทือนขวัญและกำลังใจของทหารและประชาชนฝรั่งเศสจนตกต่ำ นั่นจะบีบให้พวกเขาต้องขอเจรจา แต่สุดท้ายแล้วศึกนี้กลับกลายเป็นการผลัดกันรุกและรับของทหารทั้งสองฝ่าย และลงเอยด้วยการคุมเชิงกันและกัน ซึ่งแทบไม่มีความเปลี่ยนแปลงในแนวรบใดๆ เลย

แวร์ดัง (Verdun) มักมีหลายคนเข้าใจว่าเป็นเพียงป้อมปราการแห่งหนึ่ง แต่ในความเป็นจริงแล้ว แวร์ดังเป็นศูนย์รวมของป้อมปราการจำนวนมาก และยังเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของฝรั่งเศสมานานนับพันปี ย้อนหลังกลับไปพันปี ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 5 กองทัพฮั่นอานารยชนสำคัญในประวัติศาสตร์ ซึ่งอยู่ภายใต้การบัญชาของแอตทิล่า ก็เคยบุกเข้ามาถึงที่นี่ กระทั่งภายหลังความเปลี่ยนแปลงในยุโรปช่วงปี ค.ศ. 1870 ฝรั่งเศสแปรสภาพแวร์ดังให้กลายเป็นพื้นที่ที่รายล้อมไปด้วยป้อมปราการจำนวนมากถึง 28 แห่ง และ ยังอยู่ในภูมิประเทศที่มีชัยภูมิที่ดีอีกด้วย ฝรั่งเศสสร้างป้อมกราการต่างๆ ที่มีบังเกอร์และสนามเพลาะคอนกรีต พร้อมทั้งที่มั่นต่างๆ ของทหารและรังปืนกล มีปืนใหญ่ขนาดลำกล้องตั้งแต่ 75 มิลลิเมตรจนถึง 150 มิลลิเมตร ติดตั้งอยู่ภายใน


แผนที่บริเวณโดยรอบของแวร์ดังแสดงให้เห็นตำแหน่งของป้อมปราการและที่มั่นต่า ที่มาของภาพ

นายพลเอริค ฟอน ฟอล์คเกนฮายน์ หัวหน้าคณะเสนาธิการกองทัพบกเยอรมันคาดหวังว่า แผนการของเขาและทหารกล้าชาวเยอรมันจะสามารถจัดการกับแนวป้อมปรากการและโครงข่ายของป้อมปราการแห่งนี้ได้ แผนการนี้หากสำเร็จ จะทำให้ฝรั่งเศสสูญเสียกำลังทหารเป็นจำนวนมาก และจะเป็นการเปิดช่องในแนวรบขึ้นมา ซึ่งจะทำให้เยอรมันสามารถตีโอบแนวรบของฝ่ายอังกฤษได้ นอกจากนี้ความพ่ายแพ้ที่จะเกิดขึ้นกับฝรั่งเศสก็มากพอที่จะบีบให้รัฐบาลฝรั่งเศสต้องขอเจรจา หรือ ถอนตัวออกจากการเป็นพันธมิตรกับอังกฤษและรัสเซีย แต่ในความเป็นจริง ถึงแม้ว่ากองทัพที่ 5 ของเยอรมันจะสามารถยึดป้อมปราการรอบๆ แวร์ดังได้หลายแห่งในช่วงเริ่มต้นการบุก แต่พวกเขาก็ไม่สามารถยึดที่มั่นสำคัญของแวร์ดังได้เลย

เมื่อแผนการรุกกลับไม่เป็นไปตามแผน นายพลฟอล์คเกนฮายน์ ก็ยังหวังในชัยชนะของตนเอง ด้วยการยิงถล่มที่มั่นของพวกฝรั่งเศสจากปืนใหญ่ครั้งมโหฬาร ปืนใหญ่เยอรมันกว่า 1,000 กระบอก ถูกลำเลียงไปที่แนวหน้าอย่างเร่งด่วน นอกจากนี้เยอรมันยังนำปืนใหญ่ขนาดลำกล้อง 450 มิลลิเมตร ตั้งฐานพร้อมยิงในยุทธบริเวณแวร์ดัง การระดมอาวุธหนักจำนวนมากขนาดนี้ ทำให้ความหวังในชัยชนะของนายพล
ฟอล์คเกนฮายน์ ยังส่องแสงให้เห็น ก่อนการเข้าตีในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ปี ค.ศ. 1916 กองทัพเยอรมันเปิดฉากการรบด้วยการยิงถล่มด้วยปืนใหญ่ยาวนานต่อเนื่องถึง 10 ชั่วโมง ปืนใหญ่กว่า 1000 กระบอกระดมยิงกว่า 1 ล้านนัด ครอบคลุมพื้นที่กว่า 160 ตารางกิโลเมตร เป็นการระดมยิงถล่มที่มั่นพวกฝรั่งเศสโดยหวังจะขยี้กองกำลังฝรั่งเศสในที่มั่นให้กลายเป็นศพที่ระบุตัวตนไม่ได้


ปืนใหญ่รถไฟของเยอรมัน ขนาดลำกล้อง 380 มิลลิเมตรยิงถล่มที่มั่นฝรั่งเศส ที่มาของภาพ

กองทัพฝรั่งเศสในแนวหน้าที่แวร์ดังเรียนรู้ที่จะใช้ประโยชน์จากปืนใหญ่ของตนเอง และใช้มันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถึงแม้จะถูกยิงถล่มอย่างหนัก แต่พวกเขาก็ฉลาดพอที่จะออมกำลังและกระสุนของตนเองเอาไว้เพื่อยิงสกัดการเข้าตีของพวกเยอรมันที่กำลังจะมีขึ้น ภายหลังจากที่ปืนใหญ่เยอรมันยิงจบ ฝรั่งเศสมีปืนใหญ่ประจำการอยู่ในแนวรบที่แวร์ดังจำนวนถึง 3,000 กระบอก ซึ่งมีจำนวนมากกว่าฝ่ายเยอรมัน ปืนใหญ่ขนาด 75 มิลลิเมตร เป็นม้าใช้ของกองทัพฝรั่งเศสในการรุกและรับ ตลอดยุทธการที่แวร์ดังกองทัพฝรั่งเศสและเยอรมันมีการระดมยิงปืนใหญ่ใส่กัน ซึ่งมีการใช้กระสุนรวมกันแล้วประมาณ 10 ล้านนัด

ผู้บัญชาการของฝ่ายฝรั่งเศส นายพลฟิลิป แปเตง ใช้วิธีการสับเปลี่ยนหมุนเวียนหน่วยรบของฝรั่งเศสในระดับกองพันที่ประจำการอยู่ในสนามเพลาะที่แวร์ดัง โดยให้มีเวลาประจำการของแต่ละกองพันเป็นระยะเวลาสั้นกว่าของกองพันฝ่ายเยอรมัน มีการสับเปลี่ยนหมุนเวียนกำลังพลของหน่วยทหารฝรั่งเศสระดับกองพันจำนวนถึง 85 กองพัน หมุนเวียนกันเข้ามาประจำการในแนวหน้าที่แวร์ดัง ซึ่งต่างจากเยอรมันที่มีทหารระดับกองพันจำนวนเพียง 48 กองพันหมุนเวียนกันเข้ามาทำการรบ ทำให้ทหารฝรั่งเศสไม่อิดโรยอ่อนล้าจากการรบมากจนเกินไป


ทหารฝรั่งเศสในสนามเพลาะแห่งหนึ่งในแวร์ดัง ที่มาของภาพ

สมรภูมิการรบที่แวร์ดังคือนรกสำหรับทหารทั้งสองฝ่าย กระสุนปืนใหญ่เปลี่ยนแปลงภูมิประเทศแถบนี้ให้กลายเป็นหลุมไปทั่วบริเวณและมีเยอะมากจนนับไม่ถ้วน ทหารจะมองเห็นหลุมระเบิดจากเส้นขอบฟ้าหนึ่งไปอีกเส้นขอบฟ้าหนึ่ง นอกจากนี้ฝนที่เทกระหน่ำลงมาเปลี่ยนแปลงชีวิตความเป็นอยู่ในสนามเพลาะให้ยิ่งยากลำบากมากกว่าเดิม ในบางแห่งของสนามเพลาะทหารต้องอยู่อาศัยในโคลนที่ลึกถึงหัวเข่า สิ่งมีชีวิตจำพวกหนู เห็บ หมัด คอยรังควานการใช้ชีวิตที่ยากลำบากอยู่แล้วให้ยากลำบากขึ้นกว่าเดิม และยังมีสิ่งมีชีวิตจำพวกปรสิตอื่นๆ เกินจินตนาการที่คอยรังควานชีวิตของทหาร หนูสีดำและหนูสีน้ำตาลติดมากับกล่องยุทธปัจจัยต่างๆ มันแพร่พันธุ์อย่างรวดเร็วและเพิ่มปริมาณเป็นจำนวนมาก นอกจากจะกินเศษอาหารแล้ว ศพทหารที่ตายก็กลายเป็นอาหารของพวกหนูได้เหมือนกัน แต่ข้อดีของหนูเหล่านี้ และคงจะเป็นข้อดีเพียงอย่างเดียวของพวกมัน คือสามารถกลายมาเป็นอาหารยามขาดแคลนให้แก่ทหารได้ เมนู
“หนูสนามเพลาะ” ช่วยให้ทหารทุกๆ ฝ่ายอิ่มท้องได้เสมอ

ภาพถ่ายทางอากาศแสดงให้เห็นสภาพของสนามรบซึ่งปรากฏแนวสนามเพลาะ และป้อมปราการ รวมทั้งหลุมระเบิดนับไม่ถ้วน
ที่มาของภาพ


ท่ามกลางการระดมยิงของปืนเล็กยาว ปืนกล ปืนใหญ่ สิ่งมีชีวิตน่ารำคาญต่างๆ และอาการเท้าเปื่อย ยังมีอีกหนึ่งสิ่งที่ทหารในสมรภูมิแวร์ดังจะต้องเผชิญก็คือ กลิ่นอันไม่พึงประสงค์ต่างๆ ในเขตพื้นที่สนามรบ ได้แก่ กลิ่นศพมนุษย์ หรือที่อยู่ภายในสนามเพลาะอันมาจากกลิ่นตัวของทหารแต่ละนาย กลิ่นสิ่งของเครื่องใช้หรือควันจากการยิงของปืน ผสมปนเปกันจนทำให้รู้สึกคลื่นเหียน และในบางคืนพวกเขาอาจจะได้พบกับอาวุธเคมีจากข้าศึกทั้งแก๊สน้ำตา มัสตาร์ด คลอรีน หรือ ฟอสจีน ที่เมื่อสูดดมเข้าไปมากเท่าไรก็ยิ่งทำให้หมดลมหายใจเร็วขึ้นเท่านั้น กลิ่นต่างๆ เหล่านี้แทบจะไม่จางหายไปเลยจากสนามเพลาะ บางครั้งกลิ่นเก่ากำลังจะหมดไป กลิ่นเหม็นใหม่ๆ ก็เข้ามา จึงเป็นเรื่องยากที่จะหาอากาศบริสุทธิ์สูดหายใจเข้าไปได้อย่างเต็มปอด

หกสัปดาห์ของการรบผ่านไป กองทัพฝรั่งเศสรุกโต้ตอบ ทหารฝรั่งเศสจำนวน 4 กองพลเข้าตีที่หมายภายใต้การระดมยิงสนับสนุนจากปืนใหญ่ และการประสานยิงยังเป็นการสนับสนุนการรุกของทหารราบได้อย่างยอดเยี่ยม ในช่วงที่ทหารฝรั่งเศสเข้าตีอยู่นั้น ปืนใหญ่ฝรั่งเศสค่อยๆ ปรับพิกัดการยิงให้ตกลงนำหน้าทหารราบฝรั่งเศสที่กำลังเคลื่อนที่ผ่านแนวออกตีไปอย่างช้าๆ ทหารเยอรมันพากันหลบการระดมยิงของปืนใหญ่อยู่ในบังเกอร์และสนามเพลาะ และเข้าใจว่าพวกฝรั่งเศสคงจะเข้าตีหลังจากปืนใหญ่ยิงจบ แต่พวกเขาเคลื่อนพลเข้ามาประชิดแนวรบเยอรมันพร้อมๆ กับการระดมยิงของปืนใหญ่ เมื่อปืนใหญ่ยิงจบ ทหารฝรั่งเศสจึงกรูกันเข้าตีแนวรบเยอรมันอย่างรวดเร็ว ทหารเยอรมันกว่า 13,500 นายเสียชีวิตในการรบ ถูกจับเป็นเชลยกว่า 11,000 นาย และความพ่ายแพ้ครั้งนี้ของฝ่ายเยอรมัน ยังทำให้พวกเขาสูญเสียพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญของแวร์ดังไปอีกด้วย ตัวเลขการสูญเสียของทหารทั้งสองฝ่าย มีการประมาณความสูญเสียคร่าวๆ คาดว่าน่าจะอยู่ที่ 300,000 ถึง 500,000 นาย ในจำนวนนี้เป็นทหารฝรั่งเศส 280,000 นาย และทหารเยอรมัน 400,000 นาย


ทหารฝรั่งเศสภายในสนามเพลาะ ในสภาพอิดโรยจากการรบ ที่มาของภาพ


ทหารฝรั่งเศสขณะกำลังเคลื่อนพลออกจากสนามเพลาะ ที่มาของภาพ

เมื่อสงครามโลกยุติลงการรบที่แวร์ดัง กลายเป็นสัญลักษณ์ของความขัดแย้งระหว่างเยอรมันและฝรั่งเศสที่คอยย้ำเตือนทั้งสองชาติไม่ให้หวนกลับมาใช้สงครามในการตัดสินปัญหาเช่นนี้อีก ในปี ค.ศ. 1960 มีการสร้างอนุสรณ์รำลึกถึงสนามรบที่เมืองแห่งนี้ โดยมีผู้นำของทั้งสองชาติในขณะนั้นร่วมเปิดอนุสรณ์สถานแห่งนี้

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Website : https://en.wikipedia.org/wiki/Battle_of_Verdun
Website : http://www.history.com/topics/world-war-i/battle-of-verdun
Website : http://www.history.com/news/10-things-you-may-not-know-about-the-battle-of-verdun
Website : http://www.historylearningsite.co.uk/world-war-one/battles-of-world-war-one/the-battle-of-verdun/
Website : https://www.warhistoryonline.com/world-war-ii/german-defeat-at-verdun-1916.html