Oriental World

สวามี รามกฤษณะ ปรมหังสะ: การหยิบฉวยใช้ของฮินดูทวา

ฮินดูทวา

ผู้ที่มีความสนใจการเมืองทั้งในและนอก “โลกสภา” (Lok Sabha) ของประเทศอินเดีย จะพอจับทิศทางได้ว่าฮินดูทวา (Hindutva) เป็นกระแสทางการเมืองที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างยิ่ง ฮินดูทวานี้เป็นอุดมการณ์นิยมฮินดู เป็นการรวมกันของกลุ่มที่เคลื่อนไหวทางการเมือง เพื่อรณรงค์ให้ชาวฮินดูเท่านั้นมีอภิสิทธิ์เหนือทุกอย่าง ในกรณีที่ฮินดูทวาแบบคลั่ง ก็จะใช้ความรุนแรงต่อผู้นับถือศาสนาอื่น ยกตัวอย่างเช่น ในเดือนธันวาคม ค.ศ.1992 กลุ่มชาวฮินดูบุกเผาทำลายมัสยิดบราบิในเมืองอโยธยา ถือเป็นหมุดหมายของอุดมการณ์ฮินดูทวาที่ชัดเจนในสังคมอินเดีย


สวามี รามกฤษณะ ปรมหังสะ

ในที่สุด การขึ้นมาครองอำนาจของพรรคบีเจพี (Bharatiya Janata Party) ตั้งแต่ปลายทศวรรษที่ 1980 ถึงปัจจุบันก็สะท้อนให้เห็นว่า ฮินดูทวาเป็นอุดมการณ์ทางการเมืองอันทรงพลังเป็นอย่างยิ่งในอินเดียยุคหลังสงครามเย็น

อุดมการณ์ทางการเมืองทุกอุดมการณ์ จะมีการหยิบฉวยใช้อดีต ทั้งตำนานปรัมปราและประวัติศาสตร์มาใช้เพื่อสร้างความชอบธรรมของตนเองเสมอ และอุดมการณ์ฮินดูทวา ก็หนีไม่พ้นจะต้องควานหาความคิดของปราชญ์ในอดีต เพื่อจะมาช่วยหนุนเสริมความเป็นฮินดูของตน

ชื่อของสวามี รามกฤษณะ ปรมหังสะจึงปรากฏขึ้นอย่างช่วยไม่ได้



สวามี รามกฤษณะ ปรมหังสะ ถ่ายภาพในสตูดิโอ

ตำนานรามกฤษณะ

สวามี รามกฤษณะ ปรมหังสะ มีนามเดิมว่า คทาธร เกิดเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1836 ในหมู่บ้านเล็กๆ ชื่อ กามารปุกุร ตำบลอุฆลี ในรัฐเบงกอล ท่านเป็นลูกหนึ่งในห้าคน โดยบิดาชื่อว่า ขุทีราม จัตโตปัธยายเป็นพราหมณ์ (พระ) ประจำหมู่บ้าน และมารดาชื่อนางจันทราเทวี

มีเรื่องเล่าในลักษณะตำนานว่า ชื่อ คทาธร นี้มีความหมายว่าผู้ถือคทา เป็นชื่อของพระวิษณุนั่นเอง ชื่อนี้ได้มาจากการที่บิดาของท่านฝันว่าตนเองไปจาริกแสวงบุญ ณ เมืองคยา ขณะที่ตั้งจิตอธิฐาน พระวิษณุก็ปรากฏกายขึ้น และแจ้งว่าท่านจะลงมาจุติเป็นมนุษย์ เมื่อท่านตื่นขึ้นจึงตั้งใจแน่วแน่ว่าจะตั้งชื่อบุตรของตนในชื่อของพระวิษณุ และเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าลูกชายของตนเป็นผู้วิเศษ

นอกจากนี้ มีความเชื่อกันโดยทั่วไปว่า บิดาของท่านรามกฤษณะเป็นผู้วิเศษ มีความสามารถที่เรียกว่า “วรรคสิทธิ” คือเมื่อพูดอะไรแล้ว สิ่งนั้นจะเกิดขึ้นจริง จึงเป็นผู้ที่คนในหมู่บ้านเคารพยกย่องเป็นอย่างยิ่ง ส่วนนางจันทราเทวีเองก็ได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้ซื่อตรง ซื่อสัตย์ มีเรื่องเล่าว่าผู้ศรัทธาพยายามจะมอบเงินให้กับนางเป็นหลักพันรูปี แต่นางยืนยันปฏิเสธทรัพย์สินเหล่านั้น


นเรนทระ โมที นายกรัฐมนตรีอินเดีย จากพรรคภารตียชนตา (บีเจพี) ผู้สนับสนุนฮินดูทวาอย่างแข็งขัน ที่มาของภาพ

เส้นทางสู่สันยาสี

เมื่ออายุ 16 ปี ท่านไปช่วยพี่ชายซึ่งเป็นพราหมณ์ในการประกอบพิธีกรรมในเมืองกัลกัตตา และชีวิตในฐานะนักบวชของท่านก็ได้เริ่มต้นขึ้น ณ เทวาลัยเจ้าแม่กาลี ณ ทักษิเณศวร ริมฝั่งแม่น้ำคงคาทางเหนือของเมือง

เส้นทางสู่การเป็นนักบวชของท่านคือ ท่านจะออกไปทำสมาธิในป่าทุกๆ คืนในยามดึก และนั่งทำสมาธิอยู่กระทั่งเช้า

ท่านภาวนาสมาธิอยู่ถึง 12 ปี โดยบันทึกอันเกี่ยวข้องกับประสบการณ์การแสวงหานี้ จะเห็นได้ว่า
รามกฤษณะเห็นพระเป็นเจ้าแสดงพระองค์ออกมาเป็นรูปแบบต่างๆ เช่น เป็นพระกฤษณะ
เป็นพระเยซูคริสต์ เป็นพระมูฮะหมัด ฯลฯ

แนวความคิดของรามกฤษณะ

ความคิดของรามกฤษณะนั้น ได้มาเป็นที่แพร่หลายและรู้จักในครั้งหลัง หลังจากที่นักเรียนนอกชาวฮินดูตั้งแต่ในช่วงเวลาปลายศตวรรษที่ 19 ถึงต้นศตวรรษที่ 20 หันมาสนใจคำเทศน์และความคิดของเขา
แล้วนำความคิดของเขามาเผยแพร่ และเป็นฐานของความเคลื่อนไหวพราหโมสมาชในเวลาต่อมา

รามกฤษณะมองเห็นโลกว่า มี “เทวภาพ” แฝงอยู่ในทุกแห่งหน และมนุษย์ต้องฝึกจิตเพื่อให้เข้าถึงพระเจ้า ดังนั้น ไม่ว่าจะผู้ใดหรือศาสนาใดนั้นย่อมมาจากที่เดียวกัน และเชื่อมโยงถึงกันได้เสมอ


การชุมนุมของผู้สนับสนุนฮินดูทวา ที่มาของภาพ 

ฮินดูทวากับการฉวยใช้รามกฤษณะ

ถ้าถามนักเทววิทยาที่ศึกษาความคิดของรามกฤษณะอย่างเป็นวิชาการแล้ว เราควรจะพอแน่ใจได้ว่า
รามกฤษณะคงจะไม่เห็นด้วยกับการที่การเคลื่อนไหวฮินดูทวาบางกลุ่มหรือบางสายที่นิยมความรุนแรง จะนำเอาความคิดของเขามาใช้ทำลายทำร้ายผู้อื่นให้สิ้นซากไปเช่นนี้ ทางที่ดีที่สุดในฐานะของคนรุ่นหลังคือ เราต้องไม่หลงเชื่อโฆษณาชวนเชื่ออย่างง่ายๆ และทำการพิสูจน์ดูด้วยตนเอง ศึกษาข้อเขียนและประวัติของ
รามกฤษณะด้วยตนเอง

แน่นอนว่ารามกฤษณะไม่ได้เป็นผู้เดียวที่ถูกนำความคิดมาสนับสนุนอุดมการณ์สุดขั้ว มีตัวอย่างเช่นนี้ในอีกหลายประเทศทั่วโลก ไม่เว้นประเทศไทย


แหล่งข้อมูลอ้างอิง
อดิศักดิ์ ทองบุญ, ปรัชญาอินเดียร่วมสมัย (2545)
Joseph A. Fitzgerald, The Original Gospel of Ramakrishna (2013)