Inventions That Changed the World

หวังหม่าง: ทรราชหรือ “นักสังคมนิยม” คนแรกในประวัติศาสตร์จีน

หวังหม่าง 王莽 ฮ่องเต้ผู้เป็นที่ถกเถียงในประวัติศาสตร์จีน เขาคือทรราชผู้วางยาพิษฮ่องเต้ ล้มราชวงศ์ฮั่นแล้วสถาปนาตัวเองเป็นจักรพรรดิราชวงศ์ใหม่ หรือเป็นปราชญ์ราชันย์ผู้มาก่อนกาล เพราะมีแนวทางการปกครองไม่ต่างจากลัทธิสังคมนิยมในยุคนี้

ภาพหวังหม่าง ในชุดขุนนาง ที่มาของภาพ 

สำหรับประวัติศาสตร์จีนสายหลักและในอุปรากรจีนแล้ว หวังหม่างคือทรราชผู้มีใจโหดเหี้ยมไร้คุณธรรม แม้แต่บุคลิกหน้าตาก็ถูกวาดให้น่าเกรงขาม ปากหนา ตาโปน คางสั้น เสียงกระโชกโฮกฮากแหบพร่า

แท้จริงแล้ว หวังหม่างเป็นคนเช่นไรกันแน่...

หวังหม่าง ผู้ที่ทำให้แผ่นดินราชวงศ์ฮั่นของสกุลหลิวสะดุดไปช่วงระยะเวลาหนึ่ง เขาเกิดในปีที่ 45 ก่อนคริสตกาล ในตระกูลขุนนางเก่าแก่ หวังเจิ้งจวิน 王政君พระสนมในฮั่นหยวนตี้ฮ่องเต้ มีศักดิ์เป็นป้าของเขา หวังหม่างในวัยหนุ่มนั้นเป็นบัณฑิตคงแก่เรียนผู้ยึดมั่นในลัทธิคำสอนของขงจื่อ เขาได้ชื่อว่าเป็นคนสุภาพเรียบร้อย กตัญญูนบน้อมผู้มีวิชาความรู้

เมื่อหวังหม่างได้มีโอกาสเข้ารับราชการ เขาก็ค่อยๆ ไต่เต้าประสบความสำเร็จมาเรื่อยๆ ในรัชสมัยพระเจ้าฮั่นเฉิงตี้ ทรงปล่อยราชการงานเมืองให้อยู่ในมือ หวังเจิ้งจวินผู้เป็นพระราชมารดา สกุลหวังเริ่มเข้ามายึดอำนาจทั้งฝ่ายหน้า ฝ่ายใน หวังหม่างผู้มีศักดิ์เป็นหลานหวังเจิ้งจวินได้รับแต่งตั้งเป็นถึง ซินตูโหว 新都侯 (เจ้าศักดินากินเมืองซินตู) และในวัยเพียง 38 ปี หวังหม่างก็ขึ้นเป็น ต้าซือหม่า 大司马 คุมกำลังกองทัพแทบทั้งหมด

หวังหม่างในช่วงนี้เป็นที่รักใคร่ของทั้งกษัตริย์ ขุนนาง และประชาชน หวังหม่างสุภาพอ่อนโยน จิตใจเมตตาเสียสละเพื่อประชาราษฎร์ เป็นอยู่สมถะ มีเรื่องเล่าว่ามีขุนนางไปเยี่ยมคารวะหวังหม่างที่จวน พบสตรี
แต่งกายสามัญก็เข้าใจผิดคิดว่าเป็นหญิงรับใช้ แต่แท้จริงแล้วคือฮูหยินของหวังหม่าง

เมื่อพระเจ้าฮั่นเฉิงตี้สิ้นพระชนม์โดยไร้รัชทายาท พระนัดดาขึ้นครองราชย์สืบต่อเป็นพระเจ้าฮั่นไอตี้
ในแผ่นดินฮั่นไอตี้นี่เอง ที่สกุลหวังตกกระป๋องสิ้นอำนาจวาสนา

พระเจ้าฮั่นไอตี้ผู้มีรสนิยมชายรักชาย มีขุนนางคู่ใจคู่กายคู่นอนนาม ต่งเสียน สกุลต่งจึงขึ้นมีอำนาจ
ในราชสำนักแทน แต่แล้วสวรรค์ก็เล่นตลกอีกครั้ง ในปีที่ 1 ก่อนคริสตกาล ฮั่นไอตี้ก็สวรรคตกะทันหัน หวังเจิ้งจวินและหวังหม่าง กลับมายึดอำนาจกลับคืน ต่งเสียนถูกบังคับให้ฆ่าตัวตาย สกุลต่งถูกกวาดล้าง

หวังเจิ้งจวิน หวังไทเฮาชิงตราหยกมาได้ ตั้งยุวกษัตริย์ฮั่นผิงตี้ขึ้นนั่งบัลลังก์ด้วยพระชนม์เพียง 9 พรรษา หวังหม่างได้เป็นผู้สำเร็จราชการ ณ จุดนี้เองที่หวังหม่างวางฐานะตัวเองเทียบเท่าโจวกงแห่งราชวงศ์โจว
ตั้งตัวเองเป็น อานฮั่นกง 安汉公 คือเป็นผู้สำเร็จราชการแทนฮ่องเต้ที่ทรงพระเยาว์ เป็นเสาหลักค้ำพระราชบัลลังก์ราชวงศ์ฮั่น ต่อมาเมื่อฮั่นผิงตี้เริ่มเติบโตขึ้นและแสดงความไม่พอพระทัยในตัวหวังหม่าง ฮั่นผิงตี้จึงชะตาขาด ประชวรและสวรรคตโดยไม่คาดคิด (ว่ากันว่าถูกวางยาพิษ)


ระบบเงินตราที่ปฏิรูปขึ้นมาในสมัยหวังหม่าง ที่มาของภาพ

หวังหม่างยก องค์ชายหลิวอิง เชื้อพระวงศ์ทารกที่มีพระชนม์เพียง 2 พรรษาขึ้นนั่งบัลลังก์ เพื่อให้ตนเองสำเร็จราชการต่อ เขาเรียกหลิวอิงว่า 孺子婴 หรูจื่ออิง ทารกหรูจื่อ และเรียกได้ว่าเป็นแค่ไท่จื่อรัชทายาท เพราะหวังหม่างนั้น เถลิงตัวเองขึ้นเป็น รักษาการฮ่องเต้ 假皇帝 มีอำนาจสิทธิ์ขาด
เหนือทั้งแผ่นดิน

สุดท้าย หวังหม่างก็ปลดหรูจื่ออิงออกจากบัลลังก์ หวังหม่างลบราชวงศ์ฮั่นออกในชั่วข้ามคืน แล้วสถาปนาตัวเองขึ้นเป็นฮ่องเต้ราชวงศ์ใหม่ ราชวงศ์ซิน 新

แม้ที่มาจะไม่โปร่งใส แต่ตลอดระยะเวลา 15 ปีของราชวงศ์ซิน ที่มีหวังหม่างครองแผ่นดิน หวังหม่างทุ่มเททำงานอย่างหนักเพื่อปฏิรูปประเทศ เขาวางนโยบายปฏิรูปในหลายต่อหลายด้าน และนโยบายปฏิรูปเหล่านี้นี่เอง ที่กลายเป็นเครื่องทำลายเขาในเวลาต่อมา เพราะสิ่งที่หวังหม่างทำนั้น ถือเป็นการปฏิรูปที่สะท้านฟ้าสะเทือนดิน ด้วยนโยบาย จิ่งเถียน 井田 เขาปฏิรูปที่ดิน โดยการประกาศให้ที่ดินทั้งหมดกลับมาเป็นสมบัติชาติ แล้วค่อยแจกจ่ายออกไปอย่างเท่าเทียม ห้ามไม่ให้ใครถือครองแผ่นดินเกินที่กำหนด และไม่ให้มีการซื้อขาย นอกจากการถือครองแผ่นดิน หวังหม่างยังให้ควบคุมการถือครองทาส ซึ่งการประกาศพระราชโองการปฏิรูปจิ่งเถียนนี้ ทำให้บรรดาชนชั้นสูง เจ้าที่ดินเสียผลประโยชน์สร้างความไม่พอใจไปทั่ว

ไม่เพียงเท่านั้น หวังหม่างยังลงไปควบคุมถึงเรื่องเศรษฐกิจ หวังหม่างสั่งให้มีการควบคุมการค้าสินค้าอย่าง เกลือ เหล็ก ไม่ให้มีการผูกขาด แล้วยังควบคุมตลาดซื้อขายใหญ่ๆ ทั่วประเทศทั้งที่ฉางอัน ลั่วหยาง
หานตัน หลิงจือ เฉิงตู ไม่ให้มีการผูกขาดค้ากำไรเกินควร ซึ่งเรื่องนี้ก็สร้างความไม่พอใจให้กับเหล่าพ่อค้าวานิชเป็นอย่างมาก หวังหม่างยังปฏิรูประบบเงินตราขึ้นมาใหม่ ทั้งหมดทั้งปวงนี้ มีแต่ผู้ไม่เห็นด้วยเพราะขัดผลประโยชน์ของกลุ่มอำนาจเก่า ข้างประชาชนก็ไม่เข้าใจถึงสิ่งที่หวังหม่างพยายามจะเปลี่ยนแปง ทำให้เกิดความโกลาหลไปทั้งแผ่นดิน


หูซื่อ นักคิดนักเขียนผู้ยกย่องหวังหม่างเป็นนักสังคมนิยมผู้เกิดก่อนกาล ที่มาของภาพ

การบริหารปกครองเริ่มระส่ำระสาย ฟ้าดินก็เริ่มไม่เป็นใจ เกิดอุทกภัยใหญ่ แม่น้ำฮวงโหหลากท้นท่วมบ้านเมืองในเขตซานตง ผู้คนอดอยากล้มตาย ชาวจีนแต่โบราณเชื่อว่า ภัยพิบัติธรรมชาติเป็นลางบอกเหตุว่า
ผู้ปกครองนั้นหมดความชอบธรรมแล้ว จึงเกิดกบฏลุกฮือขึ้นทั้งแผ่นดิน กองกำลังกบฏที่สำคัญคือ
กลุ่มกบฏลู่หลิน 綠林 : ป่าเขียวจากทางเหนือ และกลุ่มกบฏชื่อเหมย 赤眉: คิ้วแดงจากทางใต้ ศึกเหนือใต้รุมเร้าจนที่สุดกลุ่มกบฏลู่หลินตีนครหลวงฉางอันแตก บุกเข้าวังหลวงได้สำเร็จ!!!

ว่ากันว่า ในวันสุดท้ายของชีวิต หวังหม่างพาเหล่าสนมกำนัลคู่ใจไปจนมุมอยู่ที่หอสูงเจี้ยนไถในพระราชวัง เมื่อทหารกบฏกรูเข้ามา หวังหม่างยังคงร่ายคำสอนขงจื่ออย่างสงบนิ่ง สุดท้ายในความชุลมุน หวังหม่างก็ถูกพ่อค้าที่ชื่อว่า ตู้อู๋ 杜吳ปลิดชีวิต จากนั้นก็ถูกบรรดาทหารเข้ามากลุ้มรุมสับร่างเขาจนไม่มีชิ้นดี แม้แต่ลิ้นก็ถูกทหารนายหนึ่งกระชากออกมาตัดขาดแล้วกลืนกินลงไป

แม้ในสายตาคนทั่วไป หวังหม่างคือขุนนางทรยศผู้แย่งบัลลังก์ราชวงศ์ฮั่น แต่สำหรับ หูซื่อ 胡适 ปัญญาชน นักเขียน นักการศึกษาชั้นนำของจีนยุคใหม่ กลับยกย่องหวังหม่างไว้ในบทความที่เขาเขียนขึ้นในปี 1928 ว่า “หวังหม่างจะว่าไปแล้วอาจจะนับว่าเป็นนักสังคมนิยมก็ว่าได้” หูซื่อยกย่องนโยบายของหวังหม่างเป็นอย่างมากว่า การปฏิรูประบบการถือครองที่ดินของหวังหม่างนี้ตรงกับแนวคิดแบบสังคมนิยม แม้บทความนี้ของหูซื่อจะถูกโต้แย้งเป็นอย่างมากในวงวิชาการ แต่ก็ชวนให้เราคิดว่า

หวังหม่างผู้นี้ช่างมีชีวิตที่มีสีสันยิ่งนัก
จากบัณฑิตคงแก่เรียนสู่ขุนนาง
จากผู้สำเร็จราชการ สู่กบฏล้มราชบัลลังก์
จากฮ่องเต้ปฐมกษัตริย์ราชวงศ์ซิน สู่จักรพรรดิที่ถูกสับเป็นชิ้นๆ ในท้ายที่สุด