World Clvilization

การปะทุของภูเขาไฟกับการล่มสลายของอารยธรรมไอยคุปต์

คงไม่มีใครกล้าปฏิเสธว่าแม่น้ำไนล์คือเส้นเลือดสายหลักที่หล่อเลี้ยงชาวอียิปต์โบราณมายาวนานร่วม 3,000 ปี ชาวไอยคุปต์อาศัยแม่น้ำไนล์ในการเพาะปลูกพืชพันธุ์นานาชนิด พวกเขามีเทพเจ้าที่เกี่ยวข้องกับแม่น้ำสายนี้จำนวนมาก ทั้งโอซิริส (Osiris) คนุม (Khnum) และฮาปี (Hapi) ซึ่งล้วนแล้วแต่ได้รับการบูชา เพื่อให้พระองค์ดลบันดาลให้แม่น้ำไนล์ไหลท่วมสองฟากฝั่งอย่างเหมาะสมทั้งสิ้น


นักวิจัยเสนอว่า การปะทุของภูเขาไฟมีความเชื่อมโยงกับจลาจลและการล่มสลายของชาวไอยคุปต์ ที่มาของภาพ

ที่ใช้คำว่า “อย่างเหมาะสม” เพราะแท้ที่จริงแล้วชาวไอยคุปต์ไม่ได้ต้องการให้แม่น้ำไนล์ท่วมมากเกินความจำเป็น ด้วยว่าปกติแล้ว พวกเขามักจะสร้างบ้านจากอิฐสอโคลน และบ้างก็สร้างบ้านเอาไว้ริมน้ำ ดังนั้นเมื่อระดับน้ำไหลเข้ามาท่วมจนถึงระดับพื้นบ้านก็อาจจะทำให้บ้านพังได้โดยง่าย แต่ถ้าน้ำไหลหลากน้อยเกินไปก็จะทำให้พวกเขาเพาะปลูกไม่ได้ นำมาซึ่งภาวะขาดแคลนอาหารในที่สุด นั่นจึงไม่แปลกเลยที่ในประวัติศาสตร์อียิปต์โบราณ เราจะเห็นถึงการสร้างวิหารเพื่อบูชาเทพเจ้าดังเช่นคนุมเอาไว้ที่ต้นน้ำอย่าง
เกาะเอเลเฟนทีน (Elephantine) ทางตอนใต้ของประเทศอียิปต์ ด้วยว่าชาวอียิปต์โบราณเชื่อว่า ต้นกำเนิดของแม่น้ำไนล์อยู่ที่เกาะเอเลเฟนทีน และผู้ควบคุมการไหลหลากของแม่น้ำก็คือ เทพเจ้าคนุม นั่นเอง

แต่สิ่งที่ชาวไอยคุปต์ไม่ทราบเลยก็คือ จริงๆ แล้ว ต้นกำเนิดของแม่น้ำไนล์นั้นมาจาก “ฝน” ที่ตกอย่างหนักทางตอนใต้ในประเทศเอธิโอเปีย นำมาซึ่งมวลน้ำจำนวนมหาศาลจากทิศใต้ไหลขึ้นไปออกทะเลเมดิเตอร์เรเนียนทางทิศเหนือ ดังนั้นถ้าปีใดที่แม่น้ำไนล์ไม่ไหลหลากอย่างที่ควรจะเป็น ในทางวิทยาศาสตร์แล้ว นั่นหมายความว่า บางทีลมมรสุมที่พัดพาฝนมายังเอธิโอเปียอาจจะไม่ได้ทำหน้าที่ของมันอย่างถูกต้องสมบูรณ์ และเมื่อแม่น้ำไนล์ไม่ไหลหลาก พืชพันธุ์ไม่อุดมสมบูรณ์ อาหารก็จะขาดแคลน นั่นจึงไม่แปลกถ้าเหตุการณ์ที่จะตามมาติดๆ คือ ความอลหม่านและการจลาจลในเมือง จนบางครั้งอาจจะนำมาถึง
การล่มสลายของอารยธรรมเลยก็เป็นได้ ว่าแต่แนวคิดนี้จะเป็นจริงหรือไม่ และมันจะเคยเกิดขึ้นในอดีตแน่หรือเปล่า ดูเหมือนว่างานวิจัยที่ตีพิมพ์เมื่อกลางเดือนตุลาคม ค.ศ. 2017 ที่ผ่านมาอาจจะมีคำตอบให้ก็เป็นได้


ชาวไอยคุปต์เชื่อว่า เทพเจ้าคนุมผู้มีเศียรเป็นแกะ คือผู้ควบคุมการไหลของแม่น้ำไนล์ ที่มาของภาพ

งานวิจัยที่ว่านี้ได้รับการตีพิมพ์ใน Nature Communications เสนอถึงความสัมพันธ์ที่ดูแล้วไม่ค่อยจะเกี่ยวข้องกันนักระหว่าง “การปะทุของภูเขาไฟ” กับ “การจลาจล” ในอียิปต์โบราณ หัวข้องานวิจัยคือ “Volcanic suppression of Nile summer flooding triggers revolt and constrains interstate conflict in ancient Egypt” แต่ว่าอาณาจักรอียิปต์ไม่ได้อยู่ในแนวของภูเขาไฟใดๆ ทั้งสิ้น แล้วอย่างนี้ภูเขาไฟกับสงคราม จลาจล และการล่มสลายของอียิปต์โบราณจะเข้ามาเกี่ยวข้องกันได้อย่างไร ลองมาดูกันเลยดีกว่า

งานวิจัยนี้จับเอาช่วงเวลาในการปะทุของภูเขาไฟเข้ามาวิเคราะห์กับระดับน้ำในแม่น้ำไนล์ของช่วงที่เกิดการปะทุ แล้วผูกโยงเข้ากับเหตุการณ์ความไม่สงบหรือเหตุการณ์แปลกประหลาด ซึ่งได้รับการจดบันทึกเอาไว้โดยนักประวัติศาสตร์ชาวโรมันที่ร่วมสมัยกับช่วงที่เกิดภูเขาไฟระเบิดนั้นๆ หลักฐานการปะทุของภูเขาไฟที่นักวิจัยกลุ่มนี้นำมาใช้ส่วนหนึ่งมาจากแกนน้ำแข็งที่กรีนแลนด์และแอนตาร์กติกา ซึ่งเมื่อนำมาวิเคราะห์แล้วมีความเกี่ยวข้องกับช่วงที่การไหลหลากของแม่น้ำไนล์ล้มเหลวพอดิบพอดี โดยนักวิจัยกลุ่มนี้เสนอว่า ถึงแม้ภูเขาไฟจะไม่ได้อยู่ใกล้กับอารยธรรมไอยคุปต์ก็จริง ทว่าการปะทุนั้นก็สามารถเข้าไปรบกวนสภาพอากาศได้อย่างแน่นอน เพราะก๊าซกำมะถันจากภูเขาไฟนั้นจะพุ่งสูงขึ้นไปจนถึงชั้นสตราโตสเฟียร์ และละอองของกำมะถันเหล่านี้ก็จะยังคงล่องลอยอยู่ยาวนานเป็นปีๆ ทำให้แสงอาทิตย์ไม่อาจส่องลงมายังพื้นโลกได้อย่างที่ควรจะเป็น ส่งผลให้โลกเย็นขึ้น และถ้าภูเขาไฟปะทุในเขตซีกโลกทางด้านเหนือ ก็จะส่งผลกระทบต่อลมมรสุมที่กำลังจะพัดพาฝนตามฤดูกาลไปตกในพื้นที่ของประเทศเอธิโอเปียได้ด้วยเช่นกัน เมื่อฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล โดยเฉพาะในพื้นที่ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดของแม่น้ำไนล์ นั่นหมายความว่า หลังจากที่ภูเขาไฟปะทุขึ้นมาแล้วนั้น การไหลหลากของแม่น้ำไนล์ก็ควรจะต้องน้อยกว่าปกติด้วยเช่นกัน ว่าแต่เรามีหลักฐานเพียงพอที่จะมาสนับสนุนแนวคิดนี้หรือไม่ คำตอบที่น่าทึ่งก็คือ “มีแน่นอน!”

ตั้งแต่สมัยราชวงศ์ที่ 5 ในยุคราชอาณาจักรเก่าของอียิปต์โบราณ นักอียิปต์วิทยาทราบว่า ชาวไอยคุปต์รู้จักการจดบันทึกระดับน้ำด้วยอุปกรณ์ที่เรียกว่า “ไนโลมิเตอร์” (Nilometer) มาแล้ว เจ้าไนโลมิเตอร์นี้จะเชื่อมต่อกับแม่น้ำไนล์ เมื่อน้ำไหลหลากเข้ามา นักบวชจะลงไปจดบันทึกระดับน้ำในแต่ละช่วง ซึ่งจะสามารถนำมาเปรียบเทียบได้ว่าในช่วงใดระดับน้ำเป็นอย่างไร และดีกว่าหรือแย่กว่าในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ส่วนข้อมูลที่นักวิจัยกลุ่มนี้นำมาใช้เป็นข้อมูลจากไนโลมิเตอร์ที่ได้รับการจดบันทึกเอาไว้อย่างแม่นยำ ระหว่างช่วงปี ค.ศ. 622 มาจนถึงปี ค.ศ. 1902 ซึ่งเป็นช่วงที่เขื่อนอัสวานแห่งแรก (Aswan Low Dam) ถูกสร้างขึ้นเพื่อควบคุมระดับการไหลของแม่น้ำไนล์ พวกเขาทราบว่า ในช่วง 1,280 ปีนี้มีเหตุการณ์ภูเขาไฟระเบิดเกิดขึ้นถึง 75 ครั้ง! นอกจากนั้นผลการตรวจสอบด้วยวิธีทางสถิติทำให้ทีมนักวิจัยเห็นชัดว่า ในปีที่เกิดภูเขาไฟระเบิดนั้นระดับการท่วมของแม่น้ำไนล์จะต่ำกว่าปีที่ไม่มีการปะทุของภูเขาไฟถึง 22 เซนติเมตรเลยทีเดียว นั่นหมายความว่า ภูเขาไฟระเบิดส่งผลต่อการไหลหลากของแม่น้ำไนล์จริงๆ เสียด้วย


ทีมนักวิจัยใช้ข้อมูลจากไนโลมิเตอร์ที่ได้รับการจดบันทึกเอาไว้อย่างแม่นยำ เพื่อเทียบเคียงข้อมูลของระดับน้ำในปีต่างๆ
ที่มีและไม่มีการปะทุของภูเขาไฟ ที่มาของภาพ


นอกจากนั้นแล้วนักวิจัยกลุ่มนี้ยังได้แสดงให้เห็นถึงหลักฐานของความเชื่อมโยงระหว่างเหตุการณ์ภูเขาไฟระเบิด กับการจลาจลในอียิปต์โบราณถึงสามเหตุการณ์ด้วยกัน เหตุการณ์แรกคือ การปะทุของภูเขาไฟในช่วงประมาณ 245 ปีก่อนคริสตกาล ที่ไปสอดคล้องกับเหตุการณ์ประหลาดที่ได้รับการบันทึกเอาไว้โดย
นักประวัติศาสตร์ชาวโรมันว่า ระหว่างที่ฟาโรห์ปโตเลมีที่ 3 (Ptolemy III) กำลังรุกคืบเข้าไปยังซีเรียและอิรักนั้น อยู่ดีๆ พระองค์ก็หยุดชะงักเอาเสียดื้อๆ แล้วหันหลังกลับไป “ปราบจลาจล” ในอียิปต์แทนเสียอย่างนั้น เหตุการณ์ที่สองคือ การปฏิวัติในเมืองธีบส์ (Thebes) อันยาวนานกว่า 20 ปี เมื่อประมาณ 207 ปีก่อนคริสตกาลก็เกิดขึ้นในช่วงเดียวกันกับที่มีภูเขาไฟระเบิด ส่วนเหตุการณ์สุดท้ายคือ การปะทุของภูเขาไฟในช่วง 46 ถึง 44 ปีก่อนคริสตกาล ถูกเชื่อมโยงเข้ากับความอดอยากและการแจกจ่ายเสบียงที่รัฐสะสมไว้ให้กับประชาชนในสมัยของพระนางคลีโอพัตราที่ 7 (Cleopatra VII) ตามมาซึ่งความพ่ายแพ้ของนางพญาองค์นี้ต่อจักรวรรดิโรมันในช่วง 30 ปีก่อนคริสตกาล และนั่นหมายถึง การล่มสลายของอียิปต์โบราณด้วย


ภาพสลักจากฉนวนทางเดิน (Causeway) ของพีระมิดแห่งฟาโรห์อูนาส (Unas) แสดงให้เห็นคนในรูปร่างผอมแห้ง
ซึ่งนักวิชาการส่วนหนึ่งตีความว่า อาจจะสื่อถึงภัยแล้งและความอดอยากในอียิปต์โบราณ ที่มาของภาพ


จะว่าไปแล้ว นักวิชาการอีกหลายท่านก็เสนอว่า บางทีการปะทุของภูเขาไฟอาจจะไม่ใช่ “ปัจจัยหลัก”
ที่ส่งผลต่อความไม่สงบในอียิปต์เสมอไป เพราะเหตุการณ์อันแสนจะซับซ้อนนี้ควรจะเป็นผลมาจากปัจจัยหลายๆ อย่างประกอบกัน ซึ่งการปะทุของภูเขาไฟอาจจะเป็นเพียงแค่เสี้ยวหนึ่งของสาเหตุเท่านั้นเอง


แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Website: https://www.nature.com/articles/s41467-017-00957-y
Website: http://www.ancient-origins.net/news-history-archaeology/volcanic-eruptions-and-climate-change-incited-upheaval-ancient-egypt-and-021669
Website: https://news.nationalgeographic.com/2017/10/volcanoes-Nile-flood-climate-Egypt
Website: https://www.thesun.co.uk/news/4708122/the-ancient-egyptians-may-have-been-killed-off-by-volcanoes-and-climate-change
Website: http://www.independent.co.uk/news/science/ancient-egypt-volcanoes-climate-change-riots-unrest-nature-communications-study-a8005211.html
Website: https://www.nytimes.com/2017/10/17/science/volcanoes-ancient-egypt-revolts.html