Inventions That Changed the World

สาวิตรี เทวี: อดอล์ฟ ฮิตเลอร์คือองค์อวตารของพระวิษณุ

ในเวลาที่ดูเหมือนว่า อุดมการณ์ขวาจัด (extreme right) กลับมามีที่ทางในสังคมการเมืองสาธารณะของประเทศต่างๆ ได้อย่างไม่เอียงอายเคอะเขินใดๆ อย่างเช่นในยุคสมัยนี้ คงจะไม่มีเวลาไหนที่เหมาะสมกว่านี้ในการจะมาพูดถึงบุคคลหรือศาสดาที่ฝ่ายขวามักจะยกย่อง หรือรื้อฟื้นขึ้นมาบูชากันอีกแล้ว


สาวิตรี เทวี ในวัยสาว ที่มาของภาพ

สาวิตรี เทวี (Savitri Devi, 1905-1982) เป็นสัญลักษณ์ที่นักอนุรักษ์นิยมขวาจัดทั่วโลกรื้อฟื้นขึ้นมาในยุคนี้ แม้ว่าเธอจะเสียชีวิตไปหลายสิบปีแล้วก็ตาม เธอเป็นผลผลิตอันสุดขั้วของโลกยุคศตวรรษที่ 20 ซึ่งผ่านสงครามครั้งใหญ่ถึงสองครั้ง ตลอดชั่วชีวิตของเธอ สาวิตรี เทวีสนับสนุนพรรคนาซีและอุดมการณ์สังคมนิยมแห่งชาติของอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ และรณรงค์เคลื่อนไหวทางการเมืองเพื่อให้โลกของสังคมนิยมแห่งชาติของฮิตเลอร์ที่มีชาวอารยันเลือดบริสุทธิ์เป็นผู้ครองโลกนั้นโดยสม่ำเสมอ

แต่ไม่ใช่เพียงเท่านั้น สาวิตรี เทวีได้ยกระดับสังคมนิยมแห่งชาตินาซี โดยนำความคิดนี้ไปผสมเข้ากับศาสนาฮินดูในแบบที่เธอเข้าใจ และยกให้อดอล์ฟ ฮิตเลอร์เป็นเทพองค์หนึ่งของศาสนาฮินดู เป็นองค์อวตารของพระวิษณุ และจุติมาเพื่อมีหน้าที่ปลดปล่อยมนุษย์ออกจากกลียุค ซึ่งเป็นยุคที่เลวร้ายที่สุดตามคติฮินดู


ท่านผู้นำอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ที่มาของภาพ

เฟ้นหาชาวอารยัน

สาวิตรี เทวี เป็นนามปากกาของแม็กซิอานี ปอร์ตัส สตรีผู้ซึ่งมีบิดาเป็นชาวกรีก-อิตาเลียนถือสัญชาติฝรั่งเศส และมารดาชาวอังกฤษ เธอเข้าเรียนและจบการศึกษาระดับปริญญาโทถึงปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยลีออง วิทยานิพนธ์ปริญญาเอกของเธอศึกษาเรื่องความคิดของธิโอฟิลอส คาอิริส นักบวช
ผู้มีบทบาทในสงครามเอกราชของกรีซในช่วงต้นศตวรรษที่ 19

ความสนใจของเธอต่อรากอารยธรรมกรีก (ซึ่งเธอเห็นว่าเป็นรากเหง้าของตนเอง) นำมาสู่ข้อสรุปว่า
ชาวกรีกโบราณ (รวมถึงตัวเธอเอง) เป็นชาวอารยัน และด้วยพัฒนาการของวิชาโบราณคดี นิรุกติศาสตร์ ประวัติศาสตร์ รวมถึงสาขาต่างๆ ของวิทยาศาสตร์กายภาพอีกหลายแขนงในช่วงเวลานั้น ทำให้เธอหาลู่ทางเพื่อแสวงหาร่องรอยของชาวอารยันในบริเวณต่างๆ ของโลก ยิ่งกว่านั้น เธอเห็นว่าชาวอารยันที่เหนือกว่านั้นถูกบดบังโดยกำเนิดของคริสต์ศาสนา (ซึ่งเป็นศาสนาของชาวยิว) มาโดยตลอดประวัติศาสตร์

ในที่สุดปี 1932 เธอจึงเดินทางไปหาร่องรอยของชาวอารยันในประเทศอินเดีย และตกตะลึงพรึงเพริดไปกับวัฒนธรรมและอารยธรรมของอินเดียที่เธอไม่เคยพบเจอ เธอเปลี่ยนแปลงมาสวมชุดส่าหรี และเริ่มให้ผู้คนเรียกเธอว่าสาวิตรี เทวี จากนั้นเธอพบและแต่งงานกับชาวเบงกอลผู้ซึ่งนิยมระบอบนาซีเช่นเดียวกับเธอ ผู้ซึ่งเห็นว่าระบอบนาซีมีอะไรที่เหมือนกับความคิดชาตินิยมฮินดูเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการใช้เครื่องหมาย
สวัสดิกะในธงของระบอบนาซีและธงของกลุ่มรวมฮินดู รวมทั้งกลุ่มเยาวชนของฮิตเลอร์ (HJ) ก็เป็นองค์กรแบบเดียวกับองค์กรฮินดูอาสา (RSS) ที่เป็นกองกำลังปกป้องอุดมการณ์บริสุทธิ์ของชาวอารยันและ
ชาวฮินดู (ที่เขาเห็นว่าเป็นคนเผ่าพันธุ์เดียวกัน) แต่เหนือสิ่งอื่นใด สาวิตรี เทวีเห็นว่าเขาเป็นชาวอารยันเช่นเดียวกับเธอ


ที่มาของภาพ

มายาคติเรื่องเผ่าพันธุ์อารยัน

อันที่จริงแล้ว “อารยัน” นั้นมีจุดตั้งต้นมาจากนิรุกติศาสตร์ หรือการศึกษาที่มาของภาษานั่นเอง ชาวยุโรปที่เดินทางไปอินเดียในยุคแรกๆ ตั้งข้อสังเกตว่า มีคำที่ใช้ในภาษาอันหลากหลายของอินเดียซึ่งมีความคล้ายคลึงกับภาษาในภูมิภาคยุโรป นักวิชาการ (โดยเฉพาะพวกที่ไม่เชื่อเนื้อหาในพระคัมภีร์ไบเบิล) สรุปว่าชาวอินเดียและชาวยุโรปมีที่มาจากคนกลุ่มเดียวกัน จากที่แรกสุด “อารยัน” เป็นเรื่องของภาษา คำว่าอารยันถูกใช้ในจารึกสันสกฤตโบราณ เพื่อระบุถึงบุคคลผู้ควรได้รับความเคารพ

แต่ในช่วงศตวรรษที่ 19 นักวิชาการชาวยุโรปได้ค่อยๆ แปลง “อารยัน” ในฐานะภาษาให้กลายไปเป็นคำที่ใช้ระบุถึงเชื้อชาติ ซึ่งกลุ่มชาตินิยมขวาจัดถือโอกาสเอาไปใช้ในเวลาต่อๆ มา

สาวิตรีในอินเดีย

สาวิตรี เทวีเดินสายบรรยายและแสดงปาฐกถาให้กับกลุ่มผู้ฟังในอินเดีย ด้วยการผสานความคิดของระบอบนาซีเข้ากับศาสนาฮินดูในแบบของเธอ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 มีชาวอินเดียเคลิบเคลิ้มไปกับความคิดของเธอ เนื่องจากเยอรมนีเป็นศัตรูของอังกฤษ ซึ่งเป็นเจ้าอาณานิคมเหนืออินเดียมาเป็นระยะเวลายาวนาน ศัตรูของศัตรูกลายเป็นมิตรได้ ชาวอินเดียฮินดูขวาจัดจึงเป็นผู้สนับสนุนระบอบนาซีได้เช่นกัน ถ้าระบอบนาซีต้องการจะสร้างชาติที่ประกอบไปด้วยชาวอารยันส่วนใหญ่ ระบอบชาตินิยมฮินดูก็ต้องการสร้างชาติที่ประกอบไปด้วยชาวฮินดูส่วนใหญ่เฉกเช่นกัน


สาวิตรี เทวี ในช่วงวัยที่ผ่านกาลเวลามายาวนาน ที่มาของภาพ

บั้นปลายชีวิตและตำนาน

สาวิตรี เทวียืนยันความเห็นของเธอตลอดชีวิต หลังจากที่ระบอบนาซีพ่ายแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 ลงแล้ว เธอเดินทางไปทั่วยุโรป เพื่อพบปะกับผู้ที่สนับสนุนระบอบนาซีซึ่งกระจัดกระจายตัวอยู่ทั่วไปในยุโรปและในภูมิภาคนอร์ดิค จากนั้นเธอเดินทางกลับไปใช้ชีวิตบั้นปลายที่อินเดียอย่างลำพังกับแมวจำนวนมากมาย
เธอเป็นที่รู้จักในฐานะผู้รณรงค์เรื่องสิทธิสัตว์และกินมังสวิรัติอย่างสม่ำเสมอ เธอเดินทางไปตายที่บ้านเพื่อนที่อังกฤษอย่างลำพังในที่สุด

สาวิตรี เทวีทิ้งข้อเขียนจำนวนมากเอาไว้ แม้ชื่อของเธอจะหายไปหลายทศวรรษ แต่ในศตวรรษที่ 21 ชื่อของเธอเริ่มกลับมาอีกครั้ง พร้อมๆ กับเยาวชนที่เกิดไม่ทันรุ่นสงครามจำนวนมากที่มีความสนใจในงานของเธอในปัจจุบัน


แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- วิกีพีเดีย
- รายการวิทยุช่อง BBC4
- ความคิด/ข้อเขียนของ Romila Thapar