Oriental World

อี นาโอมาสะ ผู้คืนชีพกองทัพม้าแดงของทาเดคะ


ที่มาของภาพ

อี นาโอมาสะ (Ii Naomasa - หรือในการ์ตูนญี่ปุ่นมักแปลไทยแล้วออกเสียงว่า อิอิ) เขามีชื่อเสียงและตำนานในประวัติศาสตร์ว่าเป็นขุนพลหนุ่มผู้ห้าวหาญ มักออกทำศึกที่แนวหน้า เชี่ยวชาญการคุมทัพม้าและพลปืนบนหลังม้า มีบุคลิกห้าวหาญ ใจร้อน แต่ก็เป็นนักกลยุทธ์ในด้านการจัดทัพม้าและพลปืนตัวฉกาจในยุคสงครามระหว่างแคว้นของญี่ปุ่น

ในบันทึกประวัติศาสตร์ระบุว่า ตระกูลของเขาเคยอยู่ในอาณัติของโตกุกาวะมาตั้งแต่สมัยยังเป็นบริวารของ
อิมากาวะ โยชิโมโตะ เจ้าครองแคว้นสึรุงะ แต่หลังจากอิมากาวะถูกโนบุนางะสังหาร ผู้สืบทอดสกุลอีกลับขาดตอนลง บิดาของเขาคือ อี นาโอจิกะ ซึ่งแต่เดิมไม่ได้เป็นผู้สืบทอด จึงได้แต่งงานกับลูกสาวคนเดียวของอี นาโอโมริ ผู้นำสกุลรุ่นที่ 18 เพื่อที่จะให้ได้สิทธิสืบทอดตระกูลต่อมา แต่ภายหลังนาโอจิกะต้องหนีไปอยู่ที่ชินาโนะแล้วแต่งงานใหม่กับหญิงอื่น ขณะที่ อี นาโอโทระ ก็ออกบวชเป็นชี

นาโอจิกะคิดวางแผนก่อกบฏเพื่อชิงอำนาจจากอิมากาวะ อุจิซาเนะ แต่แผนรั่วไหล จึงโดนประหาร
นาโอโทระซึ่งบวชชีอยู่ได้ตัดสินใจสึกออกมาเพื่อปกป้องตระกูลไว้ เธอจึงกลายเป็นผู้นำหญิงของตระกูลอีมาตั้งแต่นั้น แล้วยังรับอุปการะ อี นาโอมาสะ ซึ่งยังเด็กอยู่มากไว้เป็นบุตรบุญธรรมด้วย

ต่อมาเมื่อนาโอโทระพาตระกูลไปเข้ากับโทกุกาวะ อิเอยาสึ แล้ว ก็ได้นำทัพเข้าร่วมศึกหลายครั้ง ทำให้ตระกูลอีได้รับความไว้วางใจและมีตำแหน่งขึ้นเป็นลำดับ กระทั่งนาโอมาสะสามารถรับภาระดูแลตระกูลต่อได้


ที่มาของภาพ

นาโอมาสะได้รับความชื่นชมจากอิเอยาสึมาตั้งแต่วัยหนุ่ม ได้ชื่อว่าเป็นขุนพลที่ห้าวหาญ ไม่กลัวตาย อีกทั้งเมื่อตระกูลทาเคดะล่มสลายลง ใน ค.ศ. 1582 บริวารบางกลุ่มของทาเคดะได้มาสวามิภักดิ์อยู่กับอิเอยาสึ แต่สิ่งที่อิเอยาสึได้รับมาไม่ใช่แค่พวกขุนนางเก่าๆ ของทาเคดะเท่านั้น แต่ยังรวมถึงกองทัพม้าแดงที่เคยสร้างชื่อเสียงเกรียงไกรให้ทาเคดะในอดีต

กองทัพม้าแดงนี้เป็นหน่วยทหารม้าที่อยู่ใต้การนำของ ยามางาตะ มาซาคาเงะ เป็นขุนพลทหารม้าอันดับหนึ่งของตระกูลทาเคดะที่เคยสร้างชื่อเสียงจนเป็นที่หวาดหวั่นไปทั่วประเทศ มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นเมื่อมองเห็นได้จากในสนามรบก็คือ เสื้อเกราะสีแดงของทหารม้าที่เป็นสัญลักษณ์ของกองทัพ

แต่ใน ค.ศ. 1575 ในการศึกที่นากาชิโนะ ปรากฏว่ามาซาคาเงะและหน่วยทหารม้าแดงของเขากลับพลาดท่าโดนทหารพลปืนของโนบุนางะยิงสังหารจนแทบจะล่มสลายไปหมด ผู้สืบทอดสายสกุลในภายหลังก็ไม่สามารถกู้ชื่อเสียงของหน่วยทัพม้าแดงได้อีก

เมื่อพวกทาเคดะเข้ามาอยู่กับโทกุกาวะแล้ว นาโอมาสะก็รับเอาหน่วยทหารม้าแดงที่เหลือแต่ตำนานมาไว้ใต้อาณัติของตน อาจเพราะพวกคนของโทกุกาวะก็นับถือและยำเกรงพวกทาเคดะในอดีตมาก นาโอมาสะจึงได้ฟื้นฟูและตั้งหน่วยทหารม้าแดงกลับมาใหม่อีกครั้ง แล้วสิ่งที่เขาได้เพิ่มเติมเข้ามาก็คือ หน่วยพลปืนบนหลังม้า ส่วนตำนานเรื่องเล่ามักสร้างภาพลักษณ์ของนาโอมาสะว่าเป็นขุนพลบ้าบิ่นใจร้อน แต่กลับเชี่ยวชาญยุทธวิธีกองทัพม้าและพลปืนมาก แทบทุกครั้งที่ออกศึก ก็มักจะร่วมเป็นทัพหน้ากับเหล่าทหารอยู่เสมอ
อีกทั้งเมื่อเวลาโกรธ ใบหน้ามักมีเลือดสูบฉีดแรงเป็นสีแดง เมื่อรวมกับชุดเกราะสีแดงที่ชอบใส่ออกศึก
จึงทำให้เขาได้ฉายาว่า ยักษ์แดงหรือปีศาจแดง

ภายหลังเมื่ออิเอยาสึเรืองอำนาจขึ้นมา นาโอมาสะเป็นขุนพลสำคัญที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งใน
“ชิเท็นโน” หรือจตุรเทพของตระกูลโทกุกาวะ ร่วมกับ ซาคาอิ ทาดาสึงุ ฮอนดะ ทาดาคัตสึ และซาคาคิบาระ
ยาสึมาสะ ซึ่งในสี่คนนี้ นาโอมาสะมีอายุน้อยที่สุด ทำให้เขาได้รับการคาดหวังสูงว่า จะเป็นผู้พิทักษ์ของ
โทกุกาวะในยุคถัดไป ลูกสาวของเขาจึงได้แต่งงานกับ โทกุกาวะ ทาดาโยชิ ลูกชายคนที่สี่ของอิเอยาสึ ทำให้เขามีศักดิ์เป็นถึงพ่อตาของหนึ่งในผู้มีสิทธิที่จะขึ้นเป็นผู้นำของโทกุกาวะในรุ่นถัดไปด้วย

ใน ค.ศ. 1600 เมื่อเกิดศึกใหญ่ที่เซกิงาฮาระ เป็นการประจันหน้ากันระหว่างทัพบูรพาที่มีอิเอยาสึเป็นผู้นำ กับทัพประจิมที่มีอิชิดะ มิตสึนาริเป็นผู้นำ บันทึกประวัติศาสตร์ระบุว่า ทัพม้าของนาโอมาสะเป็นหน่วยแรกๆ ที่เปิดฉากบุกตะลุยในสนามรบร่วมกับทัพของฟุกุชิมะ มาซาโนริ นอกจากนี้เขายังรับหน้าที่เป็นทัพหน้าในการไล่ตามตีทัพของชิมาสึ โยชิฮิโระ ซึ่งกำลังถอนตัวจากสนามรบ

แต่ในระหว่างนั้น นาโอมาสะก็โดนยิงเข้าที่ท้องจนได้รับบาดเจ็บสาหัส เชื่อกันว่าเป็นผลงานของ ชิมาสึ
โทโยฮิสะ หลานชายของโยชิฮิโระ ซึ่งยอมพลีชีพอยู่เป็นกองหลัง เพื่อให้ทัพหลักของชิมาสึถอยกลับแคว้น
ซัตสึมะได้ แต่ทัพม้าและพลปืนของนาโอมาสะก็ยังคงเข้าสู้ทำศึกต่อจนได้ชัยชนะ

หลังจากนั้น แม้ว่าจะชนะศึกครั้งใหญ่ แต่นาโอมาสะก็ยังคงเจ็บเรื้อรังจากแผลที่ถูกยิง ในที่สุดก็เสียชีวิตใน ค.ศ. 1602 ด้วยวัยเพียง 41 ปี

มีการวิจารณ์กันในยุคหลังว่า นาโอมาสะคงจะมีบุคลิกนิสัยหลายอย่างที่ตรงข้ามกับยอดขุนพลอีกคนใน
สี่จตุรเทพก็คือ ฮอนดะ ทาดาคัตสึ ซึ่งผ่านสมรภูมิมานับไม่ถ้วน แต่แทบจะไม่มีบาดแผลเลย ขณะที่
นาโอมาสะผ่านศึกมามากเช่นกัน แต่มีบาดแผลอยู่มากมาย น่าจะแสดงให้เห็นถึงบุคลิกและลักษณะการทำศึกเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายในแนวหน้าที่แตกต่างกันไป

ในปัจจุบัน ชุดเกราะสีแดงของนาโอมาสะได้ตั้งแสดงอยู่ในปราสาทฮิโกเน่


ที่มาของภาพ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
หนังสือ
ยศไกร ส.ตันสกุล (2560). โทกุงาวะ อิเอยาสึ ผู้รวมญี่ปุ่นด้วยกลยุทธ์ยืมพลัง. กรุงเทพฯ: นานา

Book
Okanoya, Shigezane. (2007). Shogun and Samurai - Tales of Nobunaga, Hideyoshi, and Ieyasu.

Turnbull, Stephen. (2008). The Samurai Swordman : Master of War. Oxford: Osprey.