World Clvilization

14 สุดยอดวิหารไอยคุปต์ในอาณาจักรนูเบีย (ตอนแรก)

นูเบีย (Nubia) คือ อาณาจักรทางตอนใต้ของประเทศอียิปต์ ดินแดนนี้มีความสัมพันธ์กับอียิปต์โบราณอย่างลึกซึ้ง ส่วนใหญ่แล้วในหน้าประวัติศาสตร์ไอยคุปต์ อียิปต์มักจะมีชัยเหนือนูเบีย เราจึงมักจะเห็นภาพของชาวนูเบียผิวดำนำเครื่องบรรณาการมาถวายแด่ฟาโรห์แห่งอียิปต์ได้บ่อยครั้ง แต่ถึงอย่างนั้นในบางยุคเช่น สมัยราชวงศ์ที่ 25 ประมาณ 700 ปีก่อนคริสตกาล เป็นช่วงที่อียิปต์กำลังอ่อนแอ ฟาโรห์ผิวดำแห่ง
นูเบียก็สามารถก้าวขึ้นมาปกครองไอยคุปต์ได้เฉกเช่นเดียวกัน แต่ในช่วงที่อียิปต์ปกครองนูเบียเอาไว้ใต้อาณัติได้นั้น ฟาโรห์แห่งไอยคุปต์หลายพระองค์ล้วนลงไปรังสรรค์ผลงานด้านสถาปัตยกรรม โดยเฉพาะวิหารเอาไว้มากมายหลายแห่ง แต่วิหารส่วนมากมักไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก อีกทั้งยังทรุดโทรมเป็นอันมาก พอมาถึงช่วงทศวรรษที่ 1960 ทางการอียิปต์สร้างเขื่อนอัสวานทำให้โบราณสถานในนูเบียหลายแห่งต้องจมอยู่ใต้น้ำ จึงเริ่มมีการขนย้ายวิหารกันเป็นการใหญ่ เราอาจจะคุ้นเคยกับวิหารอบู ซิมเบล (Abu Simbel) กันเป็นอย่างดี ด้วยว่าเป็นหนึ่งในวิหารที่ถูกย้ายมาจากตำแหน่งเดิม ด้วยการตัดหินออกเป็นหลายพันชิ้นก่อนจะนำไปประกอบร่างเข้าด้วยกันอีกครั้งยังตำแหน่งใหม่ที่สูงขึ้นกว่าเดิม แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีวิหารไอยคุปต์ในอาณาจักรนูเบียอีก 14 แห่ง ที่ตั้งอยู่ระหว่างเมืองอัสวานกับวิหารอบู ซิมเบล ซึ่งได้รับผลกระทบไปด้วย
บางวิหารถูกย้าย ทว่าบางวิหารกลับถูก “ปล่อย” ให้จมน้ำไปอย่างน่าเสียดาย ว่าแต่สุดยอดวิหารไอยคุปต์ในดินแดนนูเบียทั้ง 14 แห่งที่ว่านี้ จะมีวิหารใดบ้าง ลองมาติดตามกันได้เลย


วิหารแห่งดาบด ปัจจุบันตั้งอยู่ที่กรุงมาดริด ประเทศสเปน ที่มาของภาพ

วิหารแห่งแรก ตั้งอยู่ทางใต้ของเขื่อนสูงอัสวานลงมาเพียงแค่ 10 กิโลเมตรเท่านั้น เรารู้จักชื่อวิหารแห่งนี้กันในนามวิหารแห่งดาบด (Dabod) ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำไนล์ สร้างขึ้นเมื่อประมาณศตวรรษที่ 3 ก่อนคริสตกาล กษัตริย์ผู้รังสรรค์วิหารแห่งนี้ไม่ใช่ชาวไอยคุปต์ แต่เป็นชาวเมโรอิติค (Meroitic) ผู้มีพระนามว่า “อดิคาลามานี” (Adikhalamani) ที่น่าสนใจคือ ถึงแม้ว่าชาวนูเบียเองจะเป็นคนสร้างวิหารแห่งนี้ขึ้น แต่ตัววิหารกลับบูชาเทพอมุนซึ่งเป็นเทพของชาวไอยคุปต์ นั่นแสดงว่า เทพเจ้าของชาวไอยคุปต์ก็แผ่อิทธิพลไปไกลถึงดินแดนนูเบียเลยทีเดียว นอกจากนั้นยังมีผลงานวิหารแห่งเทพีไอซิสของฟาโรห์ปโตเลมี (Ptolemy) ที่ 6 8 และ 12 สร้างเอาไว้อีกด้วย ปัจจุบันวิหารแห่งนี้ถูกรื้อไปประกอบใหม่ตั้งอวดความงดงามอยู่ที่กรุงมาดริด (Madrid) ประเทศสเปนเป็นที่เรียบร้อย ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1968 แล้ว


ปะรำโรมันแห่งเคอร์ตัสซี ปัจจุบันตั้งอยู่ใกล้กับวิหารคาลับชาในเมืองอัสวานประเทศอียิปต์ ที่มาของภาพ

วิหารแห่งที่ 2 ตั้งอยู่ทางใต้ของวิหารแห่งดาบดลงมาประมาณ 20 กิโลเมตร ทางตะวันตกของแม่น้ำไนล์เช่นกัน วิหารแห่งนี้ได้รับชื่อเรียกว่า ปะรำโรมันแห่งเคอร์ตัสซี (Roman Kiosk of Qertassi) อาจจะไม่ค่อยคงเหลือสภาพที่สมบูรณ์เท่าไร และไม่ค่อยมีอักขระใดๆ จารึกเอาไว้ ปัจจุบันเหลือเพียงโครงอาคารที่ประกอบไปด้วยเสาคอลัมน์ 4 ต้น และเสาสูงที่ประดับด้านบนด้วยภาพเทพีฮาเธอร์ (Hathor) อีก 2 ต้น ปัจจุบันได้รับการขนย้ายไปตั้งเอาไว้ที่เดียวกันกับวิหารแห่งคาลับชา (Kalabsha) ทางตอนใต้เรียบร้อยแล้ว


วิหารแห่งทาฟา ปัจจุบันตั้งอยู่ที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ ที่มาของภาพ

วิหารแห่งที่ 3 รู้จักกันในนามวิหารแห่งทาฟา (Tafa) ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของปะรำโรมันลงมาเพียงแค่ไม่กี่กิโลเมตร วิหารแห่งทาฟานี้สร้างขึ้นในยุคหลัง นั่นก็คือ สมัยที่โรมันเข้ามาปกครอง คาดกันว่า เดิมทีมีอยู่ด้วยกัน 2 วิหาร แต่วิหารหนึ่งคาดว่าผุพังไปตามกาลเวลาตั้งแต่ช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 แต่อีกหลังหนึ่งที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือยังคงสภาพดีมากกว่า ถึงแม้ว่าวิหารจะไม่ได้รับการตกแต่งใดๆ แต่ก็ถือว่ามีความสำคัญในแง่ของโบราณคดี เพราะฉะนั้นมันก็เลยถูกรื้อถอนและนำไปมอบให้กับประเทศเนเธอร์แลนด์ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1960


วิหารแห่งเบอิต เอล-วาลี ปัจจุบันตั้งอยู่บนเกาะเดียวกันกับวิหารคาลับชา และปะรำโรมันแห่งเคอร์ตัสซี ที่มาของภาพ

วิหารแห่งที่ 4 คือวิหารแห่งเบอิต เอล-วาลี (Beit el-Wali) เป็นอีกหนึ่งวิหารที่น่าสนใจ ซึ่งยังคงมีสีสันของภาพสลักจำนวนมากหลงเหลืออยู่บนผนัง วิหารแห่งนี้ตั้งอยู่ห่างจากเขื่อนสูงอัสวานลงมาทางใต้ประมาณ 50 กิโลเมตร สร้างโดยฟาโรห์รามเสสที่ 2 ลักษณะของวิหารเป็นสถาปัตยกรรมแบบเจาะเข้าไปในหน้าผา สร้างถวายแด่เทพอมุน โดยที่ด้านในห้องบูชาของวิหารแห่งนี้ยังประดับประดาไปด้วยรูปสลักของเทพีไอซิส ฮอรัส (Horus) และยังมีรูปสลักของสามมหาเทพแห่งเกาะเอเลเฟนไทน์ (Elephantine) ซึ่งก็คือเทพคนุม (Khnum) ซาติส (Satis) และอนูคิส (Anukis) อีกด้วย


วิหารคาลับชาถูกย้ายมาตั้งบนเกาะแห่งใหม่ในเมืองอัสวาน ทางตอนใต้ของอียิปต์ ที่มาของภาพ

วิหารแห่งที่ 5 ตั้งอยู่ใกล้กับวิหารแห่งเบอิต เอล-วาลี และเป็นที่ตั้งของเจ้าปะรำโรมันแห่งเคอร์ตัสซีอีกด้วย ใช่แล้ว วิหารแห่งคาลับชานั่นเอง วิหารแห่งนี้เป็นอีกหนึ่งมหาวิหารอันแสนงดงามของชาวไอยคุปต์ที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างเขื่อนสูงอัสวาน ในช่วงปี ค.ศ. 1962 ทีมวิศวกรต้องหั่นวิหารแห่งนี้ออกเป็นชิ้นๆ ร่วม 13,000 ชิ้น เพื่อนำไปประกอบใหม่ในระดับที่สูงกว่าเดิม เพื่อหนีภัยน้ำท่วม วิหารแห่งนี้คาดกันว่า อาจจะสร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยราชอาณาจักรใหม่ แล้วจึงได้รับการต่อเติมโดยเหล่าฟาโรห์แห่งราชวงศ์
ปโตเลมีและจักรพรรดิออกัสตัส (Augustus) แห่งโรมัน จากหลักฐานที่ค้นพบพอจะทราบว่า วิหารแห่งนี้ยังสร้างไม่เสร็จสมบูรณ์ดี และสร้างขึ้นเพื่อถวายแด่เทพ 3 องค์หลักๆ คือ เทพผสมของชาวนูเบียที่มีพระนามว่า ฮอรัส-แมนดูลิส (Horus-Mandulis) รวมทั้งเทพีไอซิสและเทพโอซิริสอีกด้วย


วิหารเดนดูร์ ปัจจุบันจัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์ศิลปะในนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ที่มาของภาพ

วิหารแห่งที่ 6 วิหารเดนดูร์ (Dendur) เป็นอีกหนึ่งวิหารที่ต้องพลัดพรากจากถิ่นเดิมของมันมา เดิมทีมันตั้งอยู่ห่างจากวิหารคาลับชาลงมาทางใต้ประมาณ 20 กิโลเมตร วิหารแห่งนี้เป็นวิหารเล็กๆ ที่สร้างโดยจักรพรรดิออกัสตัส ถึงแม้จะเป็นวิหารที่มีขนาดเล็กเพียงแค่ประมาณ 14 x 7 ตารางเมตรเท่านั้น แต่ก็ถือว่าจำลองส่วนประกอบต่างๆ จากวิหารใหญ่มาได้ครบถ้วนเลยทีเดียว ทั้งไพลอน (Pylon) ลานด้านหน้า รวมไปถึงห้องบูชาด้านใน ภาพที่ประดับประดาแสดงให้เห็นออกัสตัส พร้อมทั้งเหล่าเทพเจ้าของอียิปต์และนูเบียหลายพระองค์ รวมทั้งแมนดูลิสและเทพีซาติสด้วย แต่แล้ววิหารแห่งนี้ก็ถูกขนย้ายออกไปจากอียิปต์เพื่อหนีภัยน้ำท่วม เมื่อปี ค.ศ. 1963 ด้วยความร่วมมือระหว่างรัฐบาลอียิปต์และประเทศสหรัฐอเมริกา สุดท้ายวิหารเดนดูร์แห่งนี้ก็ได้ไปตั้งอยู่ด้านในพิพิธภัณฑ์ศิลปะ นครนิวยอร์ก เรียบร้อยแล้ว

ครั้งหน้าติดตามสุดยอดวิหารในนูเบียอีก 8 แห่งที่เหลือกันต่อ รับรองได้เลยว่า ยิ่งใหญ่และน่าทึ่งไม่แพ้ 6 วิหารแรกที่นำเสนอไปในครั้งนี้อย่างแน่นอน


แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Website: http://ascendingpassage.com/N-01-The-Temple-of-Dabod.htm
Website: http://ascendingpassage.com/N-02-Kardassy-Qertassi-Temple.htm
Website: http://ascendingpassage.com/N-03-Taffa-Tafa-Temple.htm
Website: http://ascendingpassage.com/N-04-The-Temple-of-Beit-el-Wali.htm
Website: http://ascendingpassage.com/N-05-The-Temple-of-Kalabsha.htm
Website: http://ascendingpassage.com/N-06-Dendur-Dandour-Temple.htm